รอฟังคำนั้น

posted on 02 Jun 2008 21:30 by pompadao

ขณะนี้เวลา 21.30 กำลัง ฟังเพลง"รอฟังคำนั้น" ของ 7 scence ค่ะ

เมื่อสองวันก่อน ฟังเพลงนี้แล้ว น้ำตาไหลไม่หยุด และไหลอย่างต่อเนื่อง.......

"รอฟังคำนั้นอยู่ รู้รึเปล่า? หากเพียงได้ยิน คงบินไปถึงดวงดาว จะให้ฉันโชคดีอย่างนั้นได้หรือไม่

ให้ฉันรู้สักครั้ง คำที่ยังเก็บมันไว้ข้างใน บอกได้มั้ย.... แค่เพียงเบาๆว่ารักกัน เท่านั้น ฉันคงสุขหัวใจ"

 

จริงๆ เรื่องที่ทำให้ร้องไห้ มันไม่ได้หวานซึ้ง อินเลิฟ มีฝัน เหมือนอย่างเนื้อเพลงเลย

เพียงแค่อยากรู้ว่า เค้าจะพูดอะไรกับเรา? เราก็เลย "รอฟังคำนั้นอยู่"

คำนั้นจะเป็น "เลิก"ขอโทษ" " หรือเป็นคำอะไรก็แล้วแต่

ทำไมเค้าไม่พูดออกมาซักทีนะ ว่าเค้าคิดอะไรอยู่ พูดออกมาให้ชัดๆเลยสิ

ทำไมอยู่ๆ หายไป .... หายไปเลย

หายไป 1 เดือนแล้ว

มือถือก็ไม่ได้ปิด แต่ทำไมไม่รับ ไม่โทรกลับ ไม่ตอบกลับอะไรทั้งสิ้น

 

อย่างนี้แล้ว เราจะคิดเอาเองได้หรือเปล่า?

ว่า .... ความสัมพันธ์ของพวกเรา มันไปกันไม่รอด?

หรือว่า ฉันต้องรอเธอ รอฟังเหตุผลของเธอ ที่เธอไม่ติดต่อและยกโทษให้อย่างง่ายดาย

แต่ถ้ารอ....ฉันต้องรอเธอ ไปถึงเมื่อไหร่? จาก 1 เดือนตอนนี้? 3 เดือน?? หรือ 1 ปี กัน?

 

แค่เพียงเธอบอกมาคำเดียว

ฉัน "รอฟังคำนั้น" ของเธอนะ

ไม่ว่า คำนั้น มันจะเป็นคำว่าอะไรก็ตาม

 

edit @ 2 Jun 2008 21:43:10 by pms

เริ่มต้นใหม่

posted on 29 Apr 2008 09:05 by pompadao

เมื่ออาทิตย์ก่อน เพิ่งไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่สมาคมยุวพุทธ แถวเพชรเกษมมา

ตอนแรกว่าจะไม่ไปแล้ว เพราะขี้เกียจมาก มาก มาก แต่ก็ไปจนได้

สามวันแรก เป็นวันที่ทรมานสุดๆ ปวดขา ปวดหลังมากๆ เพราะไม่เคยนั่งท่าเทพธิดามาก่อน แถมนั่งทีนั่งนานอีก 

ส่วนนั่งสมาธิก็เหมือนกัน นั่งแค่ 15 นาที  รู้สึกเหมือนเป็นชั่วโมง

แต่สี่วันหลัง เริ่มปรับได้  ท่านวิทยากรเริ่มสอนวิธีกำหนดต่างๆ ทั้งการกำหนดอิริยาบถย่อย กำหนดการกระทำต่างๆ เพื่อจุดประสงค์คือให้เราอยู่กับตัวเอง  ให้เรามีสติอยู่เสมอ รู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

 

เรารู้สึกว่า หลังจากที่เรากลับมา  เรารู้สึกว่า เราได้อะไรเยอะมาก

เรานิ่งขึ้น และคิดก่อนพูดมากขึ้นกว่าแต่ก่อนนิดนึง 

จากแต่ก่อน เวลาที่แม่ว่า เราจะสวนควับ ทันที แล้วมาคิดได้ทีหลังทุกทีว่า พูดแล้วมันทำให้แม่เสียความรู้สึก 

เราเริ่มรักษาศีล 5

จากที่แต่ก่อน เห็นยุงเป็นตบ  เห็นมดเป็นบี้ เพิ่งรู้ว่ากฎแห่งกรรมมันมีจริง  

ยิ่งเราฆ่าชีวิตคนอื่น เบียดเบียนชีวิตคนอื่น กรรมนั้นจะตามสนองเราเหมือนกับที่เราทำ

ยิ่งฆ่าเขา ชีวิตเรายิ่งสั้นลง  และไม่แข็งแรง เจ็บป่วยบ่อยๆ

 

ตอนนี้ อยากทำอะไรก็ทำเลย ไม่อยากรอ

เมื่อวานไปซื้อรองเท้าให้พ่อใส่ เพราะพ่อบ่นเจ็บเท้ามานานมากแล้ว ก็ไม่ยอมซื้อรองเท้าใหม่มาใส่สักที

คงคิดว่าใส่คู่อื่นไปก่อน ได้หละมั้ง

แล้วก็เช้านี้ ตื่นเช้าเพราะเสียงปลุกโทรศัพท์แม่   ตอนแรกก็มึนๆ ตึ๊บๆ แต่ก็ตาสว่างแล้วอ่ะ

นอนไม่หลับ เลยได้ทำบุญตักบาตรตอนเช้า 

สิ่งที่ทำแล้ว สบายใจ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน อยากทำก็ทำเถอะ  

(หลังจากที่เราปฎิบัติเสร็จวันนั้น  ไปตัดผมสั้นเลยในวันเดียวกัน  

  ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่ ลังเลอยู่เพราะผมเรากว่าจะยาวขนาดนี้ ไว้ตั้งสองปี)

แต่พอคิดว่า ผมมันยาวใหม่ได้ ก็เลยตัด   ตอนนี้เริ่มเห็นข้อดีของผมสั้นคือ

มันไม่ร้อนและมันแห้งไวไม่ต้องจัดทรง

 

 

 

ส่วนโปรแกรมวันนี้ อยากไปปากคลอง อยากไปจัดดอกไม้เองอ่ะ

คือเอาไว้ให้พี่รหัสตัวเอง ตอนพี่เค้ารับปริญญา อยากให้นะ แต่จัดไม่เปน

และที่สำคัญไปไม่ถูก  (ถ้าเริ่มจากราชเทวีนะ ไปต่อยังไง นั่งรถสายอะไร ใครทราบช่วยบอกที!!)

ps เวลาเราจะไปดูบล็อกของคนอื่น  เราจะไปดูได้ไง มันอยู่ตรงไหนอ่ะ?

ทำเอง กินเอง

posted on 02 Apr 2008 23:50 by pompadao

วันนี้ตื่นเ ช้ามา ไม่เห็นใคร....

แม่ออกไป ทำงาน ข้างนอก....

พบกับลิสต์งานบ้านที่แม่ทิ้งไว้ให้

(สงสัยวันๆคงทำตัวไร้สาระเกินไป)

"ซักผ้า

ล้างจาน

เก็บของ

เติมน้ำ....ด้วยนะลูก"

จากแม่

ง่าาาาา ขี้เกียจๆๆ แต่ซักพักก็ทำ เพราะไม่มีไรทำ

วันนี้เลยดูเป็นแม่บ้านสุดๆ

หลังจากทำตามลิสต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เที่ยงพอดี

ไม่อยากสั่งอาหารจากร้านข้างล่าง

เลยเดินลงไปซื้อไข่มาสองฟอง ทำไข่เจียวทรงเครื่องกินเอง

หุงข้าวเอง

แล้วก็ ของหวานเป็น น้ำผึ้งมะนาวใส่เกสรผึ้งแช่เย็น

(เกสรผึ้ง มีลักษณะเป็นเม็ดๆอ่ะ หวานๆ กินเล่นได้)

 

เราก็ทำอาหารเป็นนะ!

 

edit @ 3 Apr 2008 01:24:23 by pms

edit @ 3 Apr 2008 01:27:08 by pms

edit @ 3 Apr 2008 01:46:19 by pms

edit @ 3 Apr 2008 01:47:03 by pms